แนวทางปรับตัวของโรงแรมรับ New Normal ที่มากกว่าแค่เรื่องความสะอาด

ช่วงหลังการผ่อนคลายมาตรการ lockdown ที่ผ่านมาทำให้โรงแรมต่างๆ ในประเทศไทยปรับตัวรับ New Normal หรือชีวิตวิถีใหม่กันถ้วนหน้า ด้วยการยกระดับมาตรฐานสุขอนามัยให้ดีขึ้นเพื่อสร้างความอุ่นใจให้กับลูกค้า ที่ปรึกษาด้านโรงแรมหลายๆ แห่ง แนะนำให้มีการเพิ่มประสิทธิภาพด้านความสะอาดที่เข้มข้น แต่การเพิ่มมาตรการดูแลความสะอาดของห้องพักและพื้นที่ส่วนกลางคงยังไม่เพียงพอที่จะทำให้ธุรกิจโรงแรมอยู่รอดได้อย่างยั่งยืน เพราะพฤติกรรมของลูกค้าได้เปลี่ยนไป ผู้ประกอบการโรงแรมจึงต้องใส่ใจรายละเอียดอื่นๆ ทั้งเรื่องของบริการและความปลอดภัยให้ครอบคลุมกับความต้องการของลูกค้า เพื่อต่อยอดให้กับธุรกิจเติบโตไปได้กับสถานการณ์ที่เป็นอยู่ โดยเจ้าของธุรกิจโรงแรมสามารถเสริมบริการเหล่านี้เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าได้เป็นอย่างดี

ต้อนรับลูกค้าด้วย Health Care Kit

การเตรียมชุดอุปกรณ์ดูแลสุขอนามัยพื้นฐานเช่น หน้ากาก แอลกอฮอล์หรือเจลล้างมือ ทิชชู ให้แก่ลูกค้าที่เพิ่งเดินทางมาถึง จะช่วยสร้างความประทับใจได้เป็นอย่างดี เพราะลูกค้าอาจไม่ได้เตรียมอุปกรณ์เหล่านี้เอาไว้ตลอดเวลา อีกทั้งยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับเหล่าลูกค้าถึงการเตรียมพร้อมในกรณีฉุกเฉินด้วย

บริการที่ลดการสัมผัสและลดความยุ่งยากไปในตัว

จากประสบการณ์เป็นที่ปรึกษาโรงแรมเปิดใหม่หลายแห่ง เราอยากแนะนำว่า ด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยในยุค New Normal จุดมุ่งหมายของการใช้เทคโนโลยีจึงไม่ใช่แค่ลดการสัมผัสอุปกรณ์ที่ใช้ร่วมกันแต่เป็นการลดความยุ่งยาก และเพิ่มความสะดวกสบายให้ลูกค้า การเช็กอินเข้าพักต้องเป็นแบบ paperless คือไม่ใช้เอกสาร แต่ใช้การยืนยันตัวตนด้วยระบบดิจิทัลแทน การชำระค่าบริการต่างๆ ต้องเป็นระบบ cashless ด้วยการโอนเงินผ่านแอปพลิเคชั่น การเข้าห้องพักก็เปลี่ยนเป็นแบบ contactless คือสามารถปลดล็อกห้องได้ด้วยการสแกนมือถือ เมื่อลูกค้าใช้บริการห้องอาหารก็สแกน QR code เพื่อดู digital menu เป็นต้น

ปรับเปลี่ยนและเพิ่มเติมบริการบางอย่าง

เมื่อห้องอาหารมีคนน้อยลงจากการรักษาระยะห่างทางสังคม เมนูที่ลูกค้าสั่งก็ควรเน้นในรูปแบบ à la carte หรืออาหารจานเดียว และจัดเป็นเซตเมนูมากกว่าอาหารสไตล์บุฟเฟ่ต์ และควรเปลี่ยนมาเน้นให้บริการอาหารถึงห้องพัก หรือ In-suite Dining ที่จะมอบประสบการณ์การรับประทานอาหารในแบบส่วนตัวให้ลูกค้าได้มากขึ้น รวมถึงเตรียมบริการอาหารชุดพร้อมรับประทานที่สามารถนำไปเสิร์ฟนอกห้องอาหารหรือโรงแรม พร้อมเสริมด้วยบริการเดลิเวอรี ที่สามารถส่งอาหารจากโรงแรมให้กับผู้ที่สนใจรับประทานถึงบ้าน ก็จะช่วยสร้างรายได้เพิ่มเติมให้กับทางโรงแรม นอกจากนี้ในฐานะที่ปรึกษาด้านการบริหารโรงแรม ขอแนะนำว่าการเตรียมสินค้าท้องถิ่นให้ลูกค้าได้เลือกช้อปถึงโรงแรมก็ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือก เพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่ต้องการเลี่ยงการเข้าไปในพื้นที่แออัดได้ด้วยเช่นกัน

รองรับลูกค้าที่ Work from Hotel

New Normal ทำให้นโยบายของบริษัทส่วนใหญ่มีความยืดหยุ่นมากขึ้น พนักงานหลายคนสามารถ Work from Home ได้โดยไม่ต้องเข้าออฟฟิศ ดังนั้นลูกค้าของโรงแรมก็สามารถ Work from Hotel ได้ด้วยเช่นกัน สัญญาณ WiFi ที่ครอบคลุม แรง และเสถียรทั้งในห้องพักและพื้นที่ส่วนกลางจึงถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม โรงแรมควรอำนวยความสะดวกในเรื่องสัญญาณอินเทอร์เน็ตโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย แต่มีอุปกรณ์เสริม อย่าง pocket WiFi ให้เช่าในราคาเป็นมิตร เสริมด้วยระบบซอฟต์แวร์เพื่อรองรับ video conference ในห้องประชุมก็จะช่วยเพิ่มศักยภาพการเข้าพักจากลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น

นำ Big Data มาปรับปรุงบริการ

ข้อมูลและสถิติการให้บริการต่างๆ ของลูกค้า ที่ถูกเก็บอยู่ในฐานข้อมูลของโรงแรม ผู้ประกอบการควรนำข้อมูลเหล่านั้นมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพราะวิถี New Normal ที่เกิดขึ้นย่อมทำให้ได้ข้อมูลชุดใหม่มาวิเคราะห์ ทำให้รู้ว่าควรปรับปรุงการให้บริการด้านใดบ้าง เพื่อให้ตรงกับความต้องการที่เปลี่ยนไปของลูกค้ามากที่สุด

สุดท้ายนี้ หากผู้ประกอบการโรงแรมท่านใดอยากได้คำแนะนำเชิงกลยุทธ์เพิ่มเติมเกี่ยวกับการปรับตัวในยุค New Normal ทีมงานของ PCL Hospitality คือผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารงานและที่ปรึกษาธุรกิจโรงแรม เรายินดีช่วยเหลือเพื่อให้ธุรกิจของคุณประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืน